Equivalence Class Partitioning และ Boundary Value Analysis

Equivalence Class Partitioning และ Boundary Value Analysis

จากพี่อาร์ทได้กล่าวถึง Black Box Testing Technique ไว้ใน blog ก่อนหน้านี้ วันนี้พลอยจะอธิบาย Black Box Testing Technique อันดับแรกที่ทุกคนควรจะรู้จัก นั่นก็คือ Equivalence Class Partitioning และ Boundary Value Analysis ค่ะ

การออกแบบ test case นั้น หากเรามี test case จำนวนมากๆก็จะใช้เวลาในการทดสอบมากขึ้นไปด้วย
จึงมีการนำ Equivalence Partitioning มาใช้เพื่อลดจำนวนของ test case ลง โดยการแบ่ง input หรือค่าต่างๆในโปรแกรมเป็นกลุ่มของข้อมูล และเลือกค่ามากที่สุดหรือค่าน้อยที่สุดในแต่ละกลุ่มของข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ในการทดสอบ นั้นก็คือ Boundary Value Analysis นั่นเองค่ะ

เพื่อเข้าใจมากขึ้น มาดูตัวอย่างกันเลย

ตัวอย่าง 1 ทดสอบเครื่องถ่ายเอกสาร สามารถใส่จำนวนแผ่นที่จะ copy ได้ตั้งแต่ 1 ถึง 99
Equivalence Class Partitioning แบ่งข้อมูลออกเป็นกลุ่มดังนี้

Equivalence Class Partitioning และ Boundary Value Analysis

จะเห็นได้ว่าข้อมูลที่จะใช้ทดสอบในแต่ละกลุ่มนั้นมีเยอะแยะมากมาย หากเรานำมาทดสอบทุกข้อมูลจะใช้เวลานาน
เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราจะลดจำนวนของ test case ลง โดยเราเลือก ค่ามากที่สุดหรือค่าน้อยที่สุด ( Boundary Value Analysis ) จากขอบของข้อมูลในแต่ละกลุ่มออกมาได้ตามนี้ค่ะ

Equivalence Class Partitioning และ Boundary Value Analysis

ค่าเหล่านี้แหล่ะ ที่เราจะนำมาใช้ในการทดสอบ นั่นก็คือ 0,1,99 และ 100 นั่นเอง

ดูตัวอย่างกันอีกซักข้อ

ตัวอย่าง 2 ร้านรองเท้า ABC ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง จัดโปรโมชันส่วนลดให้กับผู้ซื้อ
โดยมีเงื่อนไข

Equivalence Class Partitioning และ Boundary Value Analysis

Equivalence Class Partitioning แบ่งข้อมูลออกเป็นกลุ่มดังนี้

Equivalence Class Partitioning และ Boundary Value Analysis

เราเลือก ค่ามากที่สุดหรือค่าน้อยที่สุด ( Boundary Value Analysis ) จากขอบของข้อมูลในแต่ละกลุ่มออกมาได้ตามนี้ค่ะ

Equivalence Class Partitioning และ Boundary Value Analysis

เราได้ค่าข้อมูลที่จะใช้ในการทดสอบ คือ 0.99,1,50,51,200,201,500 และ 501

ไม่ยากใช่ไหมคะ ลองนำไปประยุกต์ใช้กันดูนะคะ


Related Posts

Comments